บทที่ 6 โดนมัดมือชก

บทที่6

โดนมัดมือชก

เพล้ง!

มือหนาของแม่เลี้ยงปัดโดนแก้วเหล้าบนโต๊ะจนร่วงแตกกระจาย เศษแก้วเฉียดขาฟ้าใสไปเพียงนิดเดียว ก่อนดวงใจจะง้างมือขึ้น ทำท่าจะตบสั่งสอนลูกเลี้ยงกลางร้าน หวังประจานให้ถึงที่สุด

บรรยากาศรอบโต๊ะตึงเครียดขึ้นทันที นักท่องเที่ยวโต๊ะข้าง ๆ เริ่มซุบซิบ ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป

“เกรซ... เอาไงดีวะ” เพื่อนคนหนึ่งกระซิบถาม สีหน้าหวาด ๆ

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง... อย่าเพิ่งเข้าไปยุ่งเลย” เกรซตอบเสียงเบา พลางขยับถอยหลัง

“แต่ฟ้าใสเป็นเพื่อนเรานะ”

“แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ถ้าเข้าไปตอนนี้ เราอาจโดนไปด้วยนะ”

คำตอบนั้นทำให้เพื่อนอีกสองคนมองหน้ากัน ก่อนจะพากันถอยออกจากโต๊ะโดยไม่พูดอะไรอีก

ฟ้าใสส่งสายตาสั่นระริกไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิท แต่คนที่เคยหัวเราะเฮฮาและบอกว่ารักกันนักหนาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน กลับพากันตีตัวออกห่าง ไม่มีใครสักคนยื่นมือเข้ามาช่วยหรือแม้แต่ห้ามปราม

ในพริบตานั้น ฟ้าใสก็เหมือนถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่กำลังจับจ้องเธอ...

ทว่าภาพความรุนแรงและการลงไม้ลงมือตรงหน้า ประกอบกับเสียงร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนของเด็กสาวที่นอนกองอยู่ใกล้เศษแก้ว มันเริ่มส่งเสียงรบกวนจนคนทั้งโซนเริ่มมองด้วยความอึดอัด...

ในขณะที่ฟ้าใสกำลังนั่งก้มหน้ารับความอับอายจนทำอะไรไม่ถูก เสียงโวยวายรอบโต๊ะกลับเงียบลงอย่างกะทันหัน เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า

ความนิ่งขรึมและแววตาดุดันที่แผ่ออกมาทำให้คนที่กำลังเอะอะเมื่อครู่ถึงกับชะงักหุบปากฉับ ทุกสายตาในร้านต่างหันมาจับจ้องชายหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยความทึ่งในความโดดเด่นสะดุดตา

ทว่าร่างสูงกลับไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากก้าวเข้ามาขวางระหว่างสองแม่ลูกกับหญิงสาวอีกคนที่ยังนั่งน้ำตาคลออยู่บนพื้น

“มีอะไรกันหรือเปล่าครับ โวยวายเสียงดังรบกวนคนอื่นเขา” น้ำเสียงของเขาดูทุ้มต่ำและห้วนสั้น ทว่ากลับฟังดูนิ่งเฉียบขาดจนไม่มีใครกล้าเถียง

ฟ้าใสที่กำลังร้องไห้ตัวสั่นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของผู้ชายตรงหน้าด้วยความมึนงง ซ้ำน้ำเสียงห้วน ๆ และท่าทางดุดันแบบนี้ทำให้เธอนึกขึ้นมาได้

‘ผู้ชายหน้าดุที่เธอเหยียบเท้าเขาก่อนหน้านี้...’

ทันทีที่เงยหน้าขึ้น ฟ้าใสก็จำเขาได้ทันที... ผู้ชายคนเดียวกับที่เธอเผลอเหยียบรองเท้าก่อนหน้านี้!

“คึ...” ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างหนาก็เอื้อมมือมาจับข้อมือเรียวไว้มั่น ก่อนจะออกแรงดึงเธอให้ลุกขึ้นยืนจากพื้นอย่างเบามือ จากนั้นก็ขยับตัวก้าวเข้ามาบังเธอไว้ ให้ไปยืนหลบอยู่ด้านหลังกว้างเพื่อตัดขาดจากสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนรอบข้าง

จากนั้นก็ปรายตามองหญิงสูงวัยและลูกสาวคู่กรณีด้วยแววตานิ่งเรียบไร้ความเกรงกลัว ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม จนอีกฝ่ายหน้าเสียหนักกว่าเดิม

“ถ้าเป็นเรื่องในครอบครัว ผมแนะนำให้ไปคุยกันข้างนอกดีกว่าครับ อย่าส่งเสียงดังรบกวนคนอื่นเลย”

น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงแรงกดดัน ทำให้ดวงใจกับพลอยใสที่กำลังด่าทอฟ้าใสถึงกับชะงัก

ทว่าดวงใจกลับตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกวาดตามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา ตั้งแต่เสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวมใส ไปจนถึงนาฬิกาหรูบนข้อมือ ความละโมบก็ฉายชัดขึ้นในแววตาทันที

จากที่ตั้งใจมาหาเรื่องลูกเลี้ยง กลับเห็นช่องทางหาเงินก้อนโตตรงหน้า

“อ๋อ... ที่แท้เด็กนี่ก็มีเสี่ยเลี้ยงนี่เอง!”

ดวงใจแสยะยิ้ม ก่อนจะหันไปตะโกนเรียกความสนใจจากคนรอบข้าง

“แกใช่ไหมที่พาเด็กนี่มาซ่อน แล้วคิดว่าจะปิดเรื่องนี้ได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ?” เธอชี้หน้าชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง ก่อนหันไปสั่งลูกสาว

“พลอย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายคลิปไว้!”

“แม่จะทำอะไรคะ...”

“ก็เอาไว้เป็นหลักฐานไง ถ้ามันไม่อยากให้คลิปหลุด ก็จ่ายมา!”

ดวงใจหันกลับมามองชายหนุ่ม ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภ

“หนึ่งล้านบาท ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงตำรวจ ก็เอาเงินมาจ่ายฉันเดี๋ยวนี้!”

“แม่!” ฟ้าใสร้องออกมาด้วยความตกใจ

“หุบปาก! แกไม่ต้องมาพูด!”

ดวงใจตวาดใส่ ก่อนหันกลับไปกดดันชายหนุ่มต่อ

“หรือจะให้ฉันแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์? เลือกเอาเองแล้วกันว่าจะจ่ายเงิน หรือจะให้เรื่องนี้ดังไปถึงโรงพัก!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป